วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สถานีอนามัยโคกพนมดี ต.โคกไทย อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี

โดย
นางสร้อยสน ปานอนันต์ 

นางสร้อยสน ปานอนันต์ ผอ. รพ. สต.บ้านโคกพนมดี
 นางสร้อยสน ปานอนันต์ถ่ายรูปร่วมกับนายทองสุก เชาวน์เจริญ(บิดา) ผู้บริจาคที่ดินให้เป็นที่ตั้งสถานีอนามัยโคกพนมดีเมื่อพ.ศ.2516 ต่อมา คือ  รพ.สต.บ้านโคกพนมดี

 ห้องตรวจโรคชั้น 2 ของอาคาร

เก้าอี้หินอ่อนสำหรับการประชุมอสม.และการออกหน่วยให้บริการทางการแพทย์ได้รับบริจาคจากชุมชนในพื้นที่ พื้นที่นี้ต่อมาได้ต่อเติมเป็นห้องตรวจโรค ส่วนธุรการและเวชระเบียน และห้องทำแผลโดยใช้งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข

รพ.สต.บ้านโคกพนมดี  ตั้งอยู่เลขที่ 100 หมู่ที่ 7 ต.โคกไทย อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี บนที่ดินพื้นที่ประมาณ 6 งาน ก่อตั้งเมื่อประมาณพ.ศ.2516 โดยได้รับบริจาคที่ดินจากนายทองสุก เชาวน์เจริญ ราษฎรตำบลโคกปีบ อ.โคกปีบ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น อ.ศรีมโหสถ) จ.ปราจีนบุรี เดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ต่อมาในปีพ.ศ.2538 ได้รับงบประมาณก่อสร้างเป็นอาคารทรงไทย หลังคามุงกระเบื้อง ก่ออิฐถือปูนใต้ถุนสูง และในในปีงบประมาณ 2552 ก็ได้รับอนุมัติงบประมาณต่อเติมชั้นล่างเพื่อเป็นห้องตรวจโรค ทำแผล ห้องธุรการและเวชระเบียนจากกระทรวงสาธารณสุข

โต๊ะทำงานตัวเก่าได้รับความอนุเคราะห์จากนางกิมลี้ เช้าเจริญ เมื่อพ.ศ.2516 มองออกไปจากหน้าต่างแลเห็นด้านหลังเป็นบันไดบ้านพักเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลังเดิม ซึ่งจำเป็นต้องรื้อออกเพื่อสร้างอาคารใหม่ เป็นความเติบโตเพื่อที่จะรองรับความก้าวหน้าทางกายภาพด้านต่างๆของชุมชน

เครื่องกรองน้ำเคยวางที่ระเบียงอนามัยหลังเดิมเพื่อให้บริการแก่คนไข้ที่เข้ามาใช้บริการทางสุขภาพ  ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณประจำปีของกระทรวงสาธารณสุขและถูกใช้งานมาจนกระทั่งสร้างอาคารใหม่

รพ.สต.บ้านโคกพนมดีโคกพนมดี มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำการรวม 4 คน ดังนี้
1.นางสร้อยสน ปานอนันต์  ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ รพ.สต. บ้านโคกพนมดี
2.นายรังสรรค์ เชาวน์เจริญ  ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข ระดับชำนาญการ
3.นายอุดมรัตน์ ยั่งยืน          ตำแหน่ง เจ้าพนักงานสาธารณสุข ระดับชำนาญงาน

จากวันวานถึงวันนี้ แม้วันเวลาจะผ่านไป แต่งานส่งเสริม,ป้องกัน,รักษาพยาบาลของรพ.สต.บ้านโคกพนมดีสำเร็จลุล่วงด้วยดีเสมอมา นอกจากจะได้รับความอนุเคราะห์จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรเอกชน และชุมชนในพื้นที่แล้ว ยังได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 57 คน ที่มาทุ่มเทและร่วมแรงร่วมใจ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ณ โอกาสนี้ ในนามของรพ.สต.บ้านโคกพนมดี ดิฉันจึงขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องและสนับสนุนกิจการและกิจกรรมต่างๆของสถานีอนามัยโคกพนมดีมาโดยตลอด  และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการอนุเคราะห์จากท่านในโอกาสต่อไป เพื่อความอยู่ดี มีสุขของพี่น้องชาวโคกพนมดีและพี่น้องในชุมชนพื้นที่ในเขตที่รับผิดชอบทุกคน

โปรดงดสูบบุหรี่ทุกพื้นที่ในเขตโรงพยาบาล อนามัย ร้านอาหาร สถานศึกษา ฯลฯ

-โปรดงดสูบบุหรี่ทุกพื้นที่ในเขตโรงพยาบาล อนามัย ร้านอาหาร สถานศึกษา ฯลฯฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาท

โครงการเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก

 

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เริ่มต้นจากการดำเนิน โครงการอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมีขึ้นในขณะที่มีอุทกภัยครั้งร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ.2538 และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จนภาคราชการและองค์กรการกุศลที่มีอยู่มิอาจให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง จนเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนอันเกิดจากความเครียดอันเนื่องมาจากการป้องกันน้ำให้ท่วมในวงจำกัด ผู้ที่เดือนร้อนจึงรู้สึกว่าขาดที่พึ่ง ขาดความเห็นอกเห็นใจ ต้องได้รับความเดือดร้อนเฉพาะชาวพื้นที่ของตนเอง ขณะที่พื้นที่ติดกันได้รับความสะดวกสบายอย่างเป็นปกติ

    ในช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม เป็นวันที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงออกปฏิบัติภารกิจในโครงการ ฯ เป็นครั้งแรก โดยเสด็จออกรับน้ำใจจากผู้ไม่ประสบอุทกภัยที่สถานีบริการน้ำมัน ต่อจากนั้นในช่วงบ่าย ได้เสด็จพระดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด

    การออกปฏิบัติพระกรณียกิจในครั้งนี้ส่งผลให้เหตุการณ์สงบลงอย่างปาฏิหารณ์ จากนั้นมาโครงการ ฯ ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิที่ผู้บริจาคสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2544 และได้พัฒนาการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา

วัตถุประสงค์
เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันเกื้อหนุนประชาชนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยที่รุนแรง คือ นอกจากจะยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ

เคล็ดลับการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์H1N1

กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด

โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว







ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.saiyairak.com/Project.aspx เป็นอย่างยิ่ง


บันทึกพระราชกระแส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
พระราชทานแก่ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรและคณะที่เข้าเฝ้าฯ
เพื่อรับพระราชทานพระราโชบาย การปฏิบัติหน้าที่ในงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว

เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ ศาลามิตราภิรมย์ วังศุโขทัย
------------------------------------------------------------------------
         
           การดำเนินงานของโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร    ทรงมอบหมายให้อยู่ภายใต้   พระดำริและพระประสงค์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์   พระวรชายาฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายหลักตามความจำเป็นของโครงการ มีกรอบขอบเขตการดำเนินงาน ซึ่งก็จำเป็นที่จะต้องมีเป้าหมายย่อย หรือเป้าหมายรองไว้ด้วย การทำงานนี้ต้องค่อยทำ ค่อยเป็นค่อยไป ต้องอาศัยข้อมูล ต้องคำนึงถึงการตอบรับหรือเสียงสะท้อนกลับ (FEED BACK) และต้องพิจารณาเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ ประกอบ การทำงานดังกล่าวนี้ นอกจากต้อง ค่อยทำไป บางอย่างก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า บางอย่างก็ต้องเสริมยอดเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด หรือเป็นการทำงานเพื่ออัดแน่นเสริมให้เกิดความมั่นคงยิ่งขึ้น โดยต้องมีการพัฒนา ตลอดจนวิเคราะห์ผลการปฏิบัติว่าได้ผลตรงเป้าหมายหรือไม่เพียงใดด้วย
              การดำเนินงานในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องความเป็นอยู่ ร่างกาย อารมณ์ การดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ความสุข และความอบอุ่นในชีวิต ในครอบครัวและชุมชน ให้สามารถดำเนินไปได้ตามอัตภาพ ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แยกไม่ออก ต้องได้รับการดำเนินงานไปด้วย (สมัยนี้นิยมใช้คำว่า การบูรณาการ) จะเห็นว่าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ เกี่ยวข้องกับปากท้อง สังคม จิตวิทยา อารมณ์ สุขภาพ และสุขอนามัย     นอกจากนั้น ยังเกี่ยวข้องกับวิชาชีพ ซึ่งส่งผลถึงเศรษฐกิจของครอบครัว และยังเกี่ยวข้องกับจริยธรรม ศีลธรรม และหน้าที่พลเมือง จึงเป็นโครงการที่หน่วยงานต่างๆจำเป็นต้องช่วยเหลือร่วมมือกัน เป็นการบูรณาการหลายหน่วยราชการ
             ท่านที่เข้ามาช่วยเหลืองาน ในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในฐานะเป็นผู้แทนกระทรวง ทบวงกรม และใช้อำนาจหน้าที่ของกระทรวง ทบวงกรมที่มีอยู่ เพื่องานในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ ถือว่าท่านทั้งหลาย ได้มาร่วมทำบุญแก่ราษฎร โดยเป็นการที่ท่านได้เข้ามาเสริมถวายงานในสถาบันพระมหากษัตริย์ ในการที่จะช่วยเหลือราษฎร เป็นการช่วยราษฎรผ่านสถาบัน ดังนั้น จึงต้องคำนึงถึง ตรา ยี่ห้อ หรือสัญลักษณ์ ของโครงการที่ท่านทั้งหลายร่วมกันทำงานอยู่ว่า งานนี้เป็นโครงการซึ่งสมาชิกของพระราชวงศ์ประทานเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่การทำเพื่อเอาหน้า แต่เป็นการออกไปเพื่อให้บริการและดูแลประชาชน จะเห็นว่าโครงการนี้ เป็นโครงการที่ไม่หวังผลกำไร (NON PROFIT) ไม่ใช่ธุรกิจ (NON BUSINESS) และไม่มีการเมือง (NON POLITICAL) เป็นการทำงานซึ่งเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง


ผู้ที่เข้ามาร่วมทำงานในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ ผู้ใดที่เกษียณอายุราชการถ้ามีศรัธราในการร่วมกันทำงานก็เห็นว่าน่าจะพิจารณาให้เข้ามาช่วยกันทำงานต่อไป 



               การดำเนินงานในโครงการนี้ จำเป็นต้องใช้ทั้งหลักวิชาการและใช้ยาผีบอก ยาผีบอกที่ว่านี้ก็คือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงแบบไทยๆ ได้แก่ วัฒนธรรม สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี เพราะบางทีใช้วิธีแบบฝรั่งหรือวิชาการมาก ก็อาจไม่ตรงเป้า จึงจำเป็นต้องใช้การผสมผสาน เพื่อให้ได้ผลตรงตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การทำงานต้องมีกรอบขอบเขตและมีจุดอ้างอิงหรือมีรายการปฏิบัติที่ชัดเจน (CHECKLIST)และในการทำงาน บางทีก็ต้องเปลี่ยนเป้าหมายบ้างเพื่อให้เป็นไปตามสถานการณ์ จำเป็นต้องมีการวางแผน (GAME PLAN) ประกอบกับการใช้ความคิดควบคู่กันไปเสมอ เราอาจไม่ได้ผลตามเป้าหมายเสมอไป งานทุกงาน ย่อมมีข้อบกพร่อง ผิดพลาด ก็ให้ถือว่าเป็นการทดลองผิด ทดลองถูก ถือว่าเป็นบทเรียน แล้วพยายามเติมเต็มในส่วนที่ผิดพลาดหรือในส่วนที่ยังขาดไป เน้นว่างานของโครงการนี้เราไปเติมเสริมยอดในส่วนที่ยังขาดให้ประชาชน โดยต้องพิจารณาถึงผลตอบกลับ หรือเสียงสะท้อนกลับ (FEED BACK ไว้เสมอ และช่วยกันแก้ไข ปรับสถานการณ์ให้ได้เป้าหมายตามที่ต้องการ

โครงการ ทู บี นัมเบอร์ 1 (To be Number 1) : เพื่อนใจวัยรุ่น ร่วมก้าวสู่ความเป็นเลิศ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.tobenumber1.net/about/about.asp เป็นอย่างยิ่ง

ไฟล์:ปกนิตยสารทูบีนัมเบอร์วัน.jpg

1. โครงการ TO BE NUMBER ONE คืออะไร
2. การสมัครสมาชิก
3. สมาชิกได้รับสิทธิอะไรบ้าง



โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธาน ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
1. การรณรงค์ปลกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
2. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชน
3. การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
นักเรียน / นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สนใจสมัครสมาชิกได้ที่
- ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา
- ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน / เขต / จังหวัด ที่อาศัยอยู่
- ภูมิภาค สมัครได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
- กรุงเทพมหานคร สมัครได้ที่ สำนักงานเขต

กิจกรรมในชมรม คือกิจกรรมสร้างสรรค์อะไรก็ได้ที่ให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วม และดูแลช่วยเหลือกันระหว่างสมาชิก เช่น กิจกรรมด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ เป็นต้น โดยมี ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น หรือ ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นให้บริการโดยอาสาสมัครประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นที่มีวัยใกล้เคียงกัน หรือวัยเดียวกันกับวัยรุ่น ซึ่งมีบริการดังนี้
1. บริการให้คำปรึกษา สำหรับผู้ที่ต้องการพูดคุยปรึกษาปัญหาต่าง ๆ มีบริการ 2 ลักษณะ คือ บริการปรึกษาเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่ม โดยอาสาสมัครประจำศูนย์ ฯ และบริการปรึกษาทางโทรศัพท์
2. บริการฝึกคิดแก้ปัญหาพัฒนา EQ สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของตนเอง มีบริการด้วยกิจกรรม 2 ลักษณะ คือ
การเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยคอมพิวเตอร์จากคู่มือการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมถึงการเรียนรู้ทางระบบอินเตอร์เนต นอกจากนี้สามารถศึกษาหรือประเมินตนเองจากแบบประเมินต่าง ๆ เช่น แบบประเมิน EQ แบบประเมินความเครียดที่สามารถวิเคราะห์และประเมินผลให้ผู้ใช้บริการ ทราบผลได้ทันที หรือจากจุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง หากผู้ใช้บริการยังไม่สามารถค้นพบตัวเอง หรือค้นพบแนวทางการแก้ไขปัญหาในระดับที่พึงพอใจ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมพัฒนา EQ และกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชน โดยอาสาสมัครจะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรม กิจกรรมดังกล่าวจะสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะทำให้วัยรุ่นได้รับความสนุกสนาน ได้รู้จักเพื่อนแล้วยังทำให้วัยรุ่นได้พัฒนา EQ ของตนเอง และเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและปลอดภัยจากยาเสพติด
3. บริการกิจกรรมเสริมทักษะเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างสุข เป็นบริการแนะนำ และฝึกกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสนใจของเยาวชน โดยอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ร้องเพลง เต้นรำ DJ และอื่น ๆ เป็นต้น

ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดตั้งขึ้น 4 แห่ง ได้แก่  
- ศูนย์การค้าแฟชั่นไอล์แลนด์
- ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์
- ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์รังสิต
- ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค



  • ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในจังหวัดภูมิภาค กำหนดจัดตั้งจังหวัดละ 1 แห่ง รวม 75 จังหวัด





  • โดยให้ใช้พื้นที่ศูนย์การค้าหรืออาคารในชุมชนเมืองที่เป็นแหล่งนัดพบของวัยรุ่น ที่มีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80 ตารางเมตร เพื่อให้สามารถแบ่งส่วนให้บริการได้เป็น 3 ส่วน คือ บริการให้คำปรึกษา บริการแก้ปัญหาและพัฒนา EQ และบริการสร้างสุขด้วยดนตรี กีฬา และศิลปะ

    ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในชุมชนเมืองให้บริการโดยอาสาสมัครประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น ได้แก่ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของกรมสุขภาพจิต โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 20.00 น. ขณะนี้เปิดทำการแล้ว 5  แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอล์แลนด์ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์รังสิต ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแคและในภูมิภาค ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแอร์พอร์ต พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่

    กำหนดจัดตั้งขึ้นในจังหวัดภูมิภาค 75 จังหวัด ไม่เกิน 100 แห่ง โดยจัดหาสถานที่ ที่เหมาะสมตามแนวทางที่กำหนดภายในหมู่บ้าน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือศูนย์เยาวชนซึ่งเลิกใช้แล้ว อาคารในในสวนสาธารณะที่วัยรุ่นและเยาวชนมาใช้บริการได้สะดวก หรือใช้พื้นที่ในอาคารในชุมชนชนบทที่มีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตารางเมตร และจัดสัดส่วนการให้บริการเป็น 3 ส่วน คือ บริการให้คำปรึกษา บริการแก้ปัญหาและพัฒนา EQ และให้บริเวณสวนและสนามด้านนอกสำหรับการเรียนรู้และเล่นดนตรี กีฬา และศิลปะ กรณีพื้นที่น้อยให้ปรับใช้พื้นที่ตามช่วงเวลาการให้บริการ

    กำหนดจัดตั้งขึ้นใน 75 จังหวัด 150 แห่ง กรุงเทพมหานคร 50 แห่ง โดยใช้พื้นที่ในอาคารเรียน หรืออาคารใดอาคารหนึ่ง หรือมุมใดมุมหนึ่ง ในที่ตั้งของชมรม
    สื่อและเทคโนโลยีประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นประกอบด้วย หนังสือคู่มือและ CD ชุดเทคโนโลยีสำหรับเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยเป็นความรู้เกี่ยวกับวัยรุ่นและเป็นคู่มือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่
    1. สะท้อนภาพวัยใส สะท้อนใจวัยทีน
    2. เพื่อนช่วยเพื่อน
    3. สานสายใยหัวใจรัก
    4. สอนวัยรุ่นไม่วุ่นอย่างที่คิด
    5. คู่มือการจัดกิจกรรมฝึกคิดแก้ปัญหาพัฒนา EQ
    6. คู่มือการจัดกิจกรรมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน

    1. สำนักงานโครงการ
        โทรศัพท์ 0 2590 8182 , 0 2950 8888 โทรสาร  0-2589-0938,0-2149-5531
     
    2. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นเดอะมอลล์บางแค ชั้น 4 โซนสวนสนุก โทร 02 454 5105 , 02 454  4781 โทรสาร 02-4544781
    3. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นแฟชั่นไอล์แลนด์ บริเวณชั้น 2 ฝั่งโฮมโปร
        โทรศัพท์ 0 2947 5819 โทรสาร 02 947 5819
    4. ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ บริเวณชั้น 4 ฝั่ง EGV
        โทรศัพท์ 0 2 864 1721 , 02 720 2187 โทรสาร 02 721 8315
    5. ศูนย์ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ชั้น 3 โซน IT Mobile
        โทรศัพท์ 0 9580011 ต่อ 1496-7

    รักษาฟรี 48 ล้านคน ใช้บัตรประชาชนใบเดียว