ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.saiyairak.com/Project.aspx เป็นอย่างยิ่ง
บันทึกพระราชกระแส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
พระราชทานแก่ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรและคณะที่เข้าเฝ้าฯ
เพื่อรับพระราชทานพระราโชบาย การปฏิบัติหน้าที่ในงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว
เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ ศาลามิตราภิรมย์ วังศุโขทัย
------------------------------------------------------------------------
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ออกพร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชทานพระราชวโรกาส ให้นายทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะ เข้าเฝ้าฯ เป็นการส่วนพระองค์ ณ วังศุโขทัย การนี้ ทรงมีพระราชกระแส เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ความว่า
การดำเนินงานของโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมอบหมายให้อยู่ภายใต้ พระดำริและพระประสงค์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายหลักตามความจำเป็นของโครงการ มีกรอบขอบเขตการดำเนินงาน ซึ่งก็จำเป็นที่จะต้องมีเป้าหมายย่อย หรือเป้าหมายรองไว้ด้วย การทำงานนี้ต้องค่อยทำ ค่อยเป็นค่อยไป ต้องอาศัยข้อมูล ต้องคำนึงถึงการตอบรับหรือเสียงสะท้อนกลับ (FEED BACK) และต้องพิจารณาเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ ประกอบ การทำงานดังกล่าวนี้ นอกจากต้อง ค่อยทำไป บางอย่างก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า บางอย่างก็ต้องเสริมยอดเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด หรือเป็นการทำงานเพื่ออัดแน่นเสริมให้เกิดความมั่นคงยิ่งขึ้น โดยต้องมีการพัฒนา ตลอดจนวิเคราะห์ผลการปฏิบัติว่าได้ผลตรงเป้าหมายหรือไม่เพียงใดด้วย
การดำเนินงานในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องความเป็นอยู่ ร่างกาย อารมณ์ การดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ความสุข และความอบอุ่นในชีวิต ในครอบครัวและชุมชน ให้สามารถดำเนินไปได้ตามอัตภาพ ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แยกไม่ออก ต้องได้รับการดำเนินงานไปด้วย (สมัยนี้นิยมใช้คำว่า การบูรณาการ) จะเห็นว่าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ เกี่ยวข้องกับปากท้อง สังคม จิตวิทยา อารมณ์ สุขภาพ และสุขอนามัย นอกจากนั้น ยังเกี่ยวข้องกับวิชาชีพ ซึ่งส่งผลถึงเศรษฐกิจของครอบครัว และยังเกี่ยวข้องกับจริยธรรม ศีลธรรม และหน้าที่พลเมือง จึงเป็นโครงการที่หน่วยงานต่างๆจำเป็นต้องช่วยเหลือร่วมมือกัน เป็นการบูรณาการหลายหน่วยราชการ
ท่านที่เข้ามาช่วยเหลืองาน ในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในฐานะเป็นผู้แทนกระทรวง ทบวงกรม และใช้อำนาจหน้าที่ของกระทรวง ทบวงกรมที่มีอยู่ เพื่องานในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ ถือว่าท่านทั้งหลาย ได้มาร่วมทำบุญแก่ราษฎร โดยเป็นการที่ท่านได้เข้ามาเสริมถวายงานในสถาบันพระมหากษัตริย์ ในการที่จะช่วยเหลือราษฎร เป็นการช่วยราษฎรผ่านสถาบัน ดังนั้น จึงต้องคำนึงถึง ตรา ยี่ห้อ หรือสัญลักษณ์ ของโครงการที่ท่านทั้งหลายร่วมกันทำงานอยู่ว่า งานนี้เป็นโครงการซึ่งสมาชิกของพระราชวงศ์ประทานเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่การทำเพื่อเอาหน้า แต่เป็นการออกไปเพื่อให้บริการและดูแลประชาชน จะเห็นว่าโครงการนี้ เป็นโครงการที่ไม่หวังผลกำไร (NON PROFIT) ไม่ใช่ธุรกิจ (NON BUSINESS) และไม่มีการเมือง (NON POLITICAL) เป็นการทำงานซึ่งเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ผู้ที่เข้ามาร่วมทำงานในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนี้ ผู้ใดที่เกษียณอายุราชการถ้ามีศรัธราในการร่วมกันทำงานก็เห็นว่าน่าจะพิจารณาให้เข้ามาช่วยกันทำงานต่อไป
| 
การดำเนินงานในโครงการนี้ จำเป็นต้องใช้ทั้งหลักวิชาการและใช้ยาผีบอก ยาผีบอกที่ว่านี้ก็คือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงแบบไทยๆ ได้แก่ วัฒนธรรม สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี เพราะบางทีใช้วิธีแบบฝรั่งหรือวิชาการมาก ก็อาจไม่ตรงเป้า จึงจำเป็นต้องใช้การผสมผสาน เพื่อให้ได้ผลตรงตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การทำงานต้องมีกรอบขอบเขตและมีจุดอ้างอิงหรือมีรายการปฏิบัติที่ชัดเจน (CHECKLIST)และในการทำงาน บางทีก็ต้องเปลี่ยนเป้าหมายบ้างเพื่อให้เป็นไปตามสถานการณ์ จำเป็นต้องมีการวางแผน (GAME PLAN) ประกอบกับการใช้ความคิดควบคู่กันไปเสมอ เราอาจไม่ได้ผลตามเป้าหมายเสมอไป งานทุกงาน ย่อมมีข้อบกพร่อง ผิดพลาด ก็ให้ถือว่าเป็นการทดลองผิด ทดลองถูก ถือว่าเป็นบทเรียน แล้วพยายามเติมเต็มในส่วนที่ผิดพลาดหรือในส่วนที่ยังขาดไป เน้นว่างานของโครงการนี้เราไปเติมเสริมยอดในส่วนที่ยังขาดให้ประชาชน โดยต้องพิจารณาถึงผลตอบกลับ หรือเสียงสะท้อนกลับ (FEED BACK ไว้เสมอ และช่วยกันแก้ไข ปรับสถานการณ์ให้ได้เป้าหมายตามที่ต้องการ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.tobenumber1.net/about/about.asp เป็นอย่างยิ่ง
1. โครงการ TO BE NUMBER ONE คืออะไร
2. การสมัครสมาชิก
3. สมาชิกได้รับสิทธิอะไรบ้าง
โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธาน ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 2. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชน3. การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด นักเรียน / นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สนใจสมัครสมาชิกได้ที่ - ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา - ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน / เขต / จังหวัด ที่อาศัยอยู่ - ภูมิภาค สมัครได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด - กรุงเทพมหานคร สมัครได้ที่ สำนักงานเขต
กิจกรรมในชมรม คือกิจกรรมสร้างสรรค์อะไรก็ได้ที่ให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วม และดูแลช่วยเหลือกันระหว่างสมาชิก เช่น กิจกรรมด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ เป็นต้น โดยมี ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น หรือ ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นให้บริการโดยอาสาสมัครประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นที่มีวัยใกล้เคียงกัน หรือวัยเดียวกันกับวัยรุ่น ซึ่งมีบริการดังนี้ 1. บริการให้คำปรึกษา สำหรับผู้ที่ต้องการพูดคุยปรึกษาปัญหาต่าง ๆ มีบริการ 2 ลักษณะ คือ บริการปรึกษาเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่ม โดยอาสาสมัครประจำศูนย์ ฯ และบริการปรึกษาทางโทรศัพท์ 2. บริการฝึกคิดแก้ปัญหาพัฒนา EQ สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของตนเอง มีบริการด้วยกิจกรรม 2 ลักษณะ คือ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยคอมพิวเตอร์จากคู่มือการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมถึงการเรียนรู้ทางระบบอินเตอร์เนต นอกจากนี้สามารถศึกษาหรือประเมินตนเองจากแบบประเมินต่าง ๆ เช่น แบบประเมิน EQ แบบประเมินความเครียดที่สามารถวิเคราะห์และประเมินผลให้ผู้ใช้บริการ ทราบผลได้ทันที หรือจากจุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง หากผู้ใช้บริการยังไม่สามารถค้นพบตัวเอง หรือค้นพบแนวทางการแก้ไขปัญหาในระดับที่พึงพอใจ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมพัฒนา EQ และกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชน โดยอาสาสมัครจะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรม กิจกรรมดังกล่าวจะสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะทำให้วัยรุ่นได้รับความสนุกสนาน ได้รู้จักเพื่อนแล้วยังทำให้วัยรุ่นได้พัฒนา EQ ของตนเอง และเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและปลอดภัยจากยาเสพติด 3. บริการกิจกรรมเสริมทักษะเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างสุข เป็นบริการแนะนำ และฝึกกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสนใจของเยาวชน โดยอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ร้องเพลง เต้นรำ DJ และอื่น ๆ เป็นต้น
ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดตั้งขึ้น 4 แห่ง ได้แก่ - ศูนย์การค้าแฟชั่นไอล์แลนด์ - ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ - ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์รังสิต - ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค
ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในจังหวัดภูมิภาค กำหนดจัดตั้งจังหวัดละ 1 แห่ง รวม 75 จังหวัด
โดยให้ใช้พื้นที่ศูนย์การค้าหรืออาคารในชุมชนเมืองที่เป็นแหล่งนัดพบของวัยรุ่น ที่มีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80 ตารางเมตร เพื่อให้สามารถแบ่งส่วนให้บริการได้เป็น 3 ส่วน คือ บริการให้คำปรึกษา บริการแก้ปัญหาและพัฒนา EQ และบริการสร้างสุขด้วยดนตรี กีฬา และศิลปะ
ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นในชุมชนเมืองให้บริการโดยอาสาสมัครประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น ได้แก่ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของกรมสุขภาพจิต โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 20.00 น. ขณะนี้เปิดทำการแล้ว 5 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอล์แลนด์ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์รังสิต ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแคและในภูมิภาค ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแอร์พอร์ต พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
กำหนดจัดตั้งขึ้นในจังหวัดภูมิภาค 75 จังหวัด ไม่เกิน 100 แห่ง โดยจัดหาสถานที่ ที่เหมาะสมตามแนวทางที่กำหนดภายในหมู่บ้าน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือศูนย์เยาวชนซึ่งเลิกใช้แล้ว อาคารในในสวนสาธารณะที่วัยรุ่นและเยาวชนมาใช้บริการได้สะดวก หรือใช้พื้นที่ในอาคารในชุมชนชนบทที่มีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตารางเมตร และจัดสัดส่วนการให้บริการเป็น 3 ส่วน คือ บริการให้คำปรึกษา บริการแก้ปัญหาและพัฒนา EQ และให้บริเวณสวนและสนามด้านนอกสำหรับการเรียนรู้และเล่นดนตรี กีฬา และศิลปะ กรณีพื้นที่น้อยให้ปรับใช้พื้นที่ตามช่วงเวลาการให้บริการ
กำหนดจัดตั้งขึ้นใน 75 จังหวัด 150 แห่ง กรุงเทพมหานคร 50 แห่ง โดยใช้พื้นที่ในอาคารเรียน หรืออาคารใดอาคารหนึ่ง หรือมุมใดมุมหนึ่ง ในที่ตั้งของชมรม สื่อและเทคโนโลยีประจำศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นประกอบด้วย หนังสือคู่มือและ CD ชุดเทคโนโลยีสำหรับเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยเป็นความรู้เกี่ยวกับวัยรุ่นและเป็นคู่มือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ 1. สะท้อนภาพวัยใส สะท้อนใจวัยทีน 2. เพื่อนช่วยเพื่อน 3. สานสายใยหัวใจรัก 4. สอนวัยรุ่นไม่วุ่นอย่างที่คิด 5. คู่มือการจัดกิจกรรมฝึกคิดแก้ปัญหาพัฒนา EQ 6. คู่มือการจัดกิจกรรมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน
1. สำนักงานโครงการ โทรศัพท์ 0 2590 8182 , 0 2950 8888 โทรสาร 0-2589-0938,0-2149-5531 2. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นเดอะมอลล์บางแค ชั้น 4 โซนสวนสนุก โทร 02 454 5105 , 02 454 4781 โทรสาร 02-45447813. ศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นแฟชั่นไอล์แลนด์ บริเวณชั้น 2 ฝั่งโฮมโปร โทรศัพท์ 0 2947 5819 โทรสาร 02 947 58194. ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ บริเวณชั้น 4 ฝั่ง EGV โทรศัพท์ 0 2 864 1721 , 02 720 2187 โทรสาร 02 721 83155. ศูนย์ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ชั้น 3 โซน IT Mobile โทรศัพท์ 0 9580011 ต่อ 1496-7
|